เงื่อนไขในการขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดิเรกคุณาภรณ์
              เนื่องจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้สำหรับพระราชทานแก่บุคคลากรในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์
แก่ประเทศ ศาสนา และประชาชนใน 2 ประเด็นดังนี้
              1เนื่องมาจากมีผลงานดีเด่นเป็นแบบอย่างอันควรแก่การสรรเสริญ หรือเป็นการทำที่ฝ่าอันตรายหรือเสี่ยงภัยเพื่อปกป้องชีวิตหรือทรัพย์สินอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ
              2. เนื่องมาจากได้บริจาคทรัพย์สินเพื่อสาธารณะประโยชน์ เช่น เพื่อการศาสนา การศึกษา การสาธารณสุข
การแพทย์ การพัฒนาชุมชน การสังคมสงเคราะห์ หรือความมั่นคงของชาติ และทรัพย์สินที่บริจาคต้องบริจาคในนามของตนเอง

 
 

การพิจารณาความดีความชอบในการบริจาคทรัพย์สิน ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้
   1. ทรัพย์สินที่บริจาคต้องเป็นทรัพย์สินที่ไม่เคยใช้เสนอขอพระราชทานจนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
        ตามกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นมาก่อน
   2. การบริจาคทรัพย์สิน ซึ่งถ้าจะซื้อขายกันร่วมด้วยจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
        ให้เรียบร้อยในส่วนที่จะซื้อขายเสียก่อน
   3. การบริจาคทรัพย์สินที่มีผู้ร่วมบริจาคหลายคน ให้แสดงรายละเอียดด้วยว่าแต่ละคนบริจาคเป็นสัดส่วนเท่าใด
        ในกรณีที่ไม่ได้แสดงรายละเอียดจะถือว่าได้บริจาคเป็นมูลค่าเท่าๆ กัน
   4. ถ้าต้องการบริจาคให้นิติบุคคล นิติบุคคลนั้นจะต้องประกอบกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์ที่มีรายชื่อประกาศ
        ในพระราชกิจจานุเบกษา
   5. การบริจาคทรัพย์สินที่ไม่ใช้เงินต้องมีหนังสือรับรองมูลค่าแห่งทรัพย์สินที่บริจาคจากส่วนราชการที่เสนอขอ
        พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือนิติบุคคลที่รับบริจาค หากทรัพย์สินที่บริจาคเป็นที่ดินให้เจ้าพนักงาน
        ที่ดินเป็นผุ้ออกหนังสือรับรองมูลค่าของที่ดินนั้น
   6. ทรัพย์สินที่บริจาคต้องไม่มีเงื่อนไข หรือภาระติดพันใด ๆ

การพิจารณาความดีความชอบในการเป็นผู้กระทำความดี ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้
   1. การกระทำความดีความชอบให้แก่ราชการส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ รัฐวิสาหกิจ
        หรือหน่วยงานของรัฐให้หน่วยงานนั้นเป็นผู้พิจารณาเสนอขอพระราชทาน
   2. การกระทำความดีความชอบให้แก่ราชการส่วนภูมิภาคหรือราชการส่วนท้องถิ่นใดให้จังหวัดที่ราชการส่วนภูมิภาค
        หรือราชการส่วนท้องถิ่นนั้นตั้งอยู่เป็นผู้พิจารณาเสนอขอพระราชทาน
   3. การกระทำความดีความชอบให้แก่สภากาชาดไทยให้สภากาชาดไทยเป็นผู้พิจารณาเสนอขอพระราชทาน
   4. การกระทำความดีความชอบให้แก่นิติบุคคลที่ปรากฏชื่ออยู่ในรายชื่อที่สำนักงานนายกรัฐมนตรีประกาศกำหนดใน
       พระราชกิจจานุเบกษาให้สำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดในประกาศด้วยว่าให้หน่วยงานใดเป็นผู้พิจารณาเสนอขอ
       พระราชทาน
   5. หากเป็นการกระทำความดีความชอบให้แก่หน่วยงานตั้งแต่สองหน่วยงานขึ้นไปให้หน่วยงานตามข้อ1-4
      ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดเป็นผู้เสนอขอพระราชทาน
   6.ให้หน่วยงานที่เป็นผู้พิจารณาเสนอขอพระราชทานต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อทำหน้าที่พิจารณา
       และตรวจสอบคุณสมบัติประวัติความประพฤติและการกระทำความดีความชอบและความเหมาะสมของบุคคลที่พึง
       ได้รับการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์